เดลี : มหานครของอินเดีย




สมัยพุทธกาลหรือช่วงเวลาที่ประเทศอินเดียถูกขนานนามว่า “ชมพูทวีป” ดินแดนเดลีนี้มีชื่อปรากฏชัดในนามว่า “กุรุ” ซึ่งเป็นแคว้นหนึ่งในสิบหกแคว้นใหญ่ ๆ และแคว้นกุรุนี้มีเมืองหลวงชื่อว่า อินทรปรัสถ์ (Indraprastha) หรือ อินทปัตถ์ (ภาษาบาลี) แปลว่า พระราชฐานแห่งองค์อินทร์ โดยมีพระเจ้าโกรัพยะ (Koravya) เป็นผู้ปกครอง

ประวัติของเมืองนี้อย่างย่อ ๆ ตามคัมภีร์มหาภารตยุทธ์ คือ เป็นเมืองที่สร้างโดย 5 พี่น้องปาณฑพฝ่ายธรรมะ ซึ่งประกอบด้วยยุธิษฐิระ ภีมะ อรชุน นกุล และ สหเทพ เมืองนี้มีการปกครองเป็นลำดับมาจนถึงกษัตริย์พระนามว่าปริถวีราช ปรากฏว่าในช่วงเข้าสู่สงคราม พระองค์รบแพ้กองทัพจากประเทศอาฟกานิสถานของ Shahab-ud-Din ดังนั้น เมืองจึงตกอยู่ใต้อำนาจกษัตริย์อิสลามเรื่อยมา

ป้อมแดง (Red Fort)
หลังจากนั้น จึงเปลี่ยนชื่อเมืองจากอินทรปรัสถ์เป็นเมืองเดลีเมื่อ พ.ศ. 486 โดยชื่อใหม่ของเมืองว่า “เดลี” นี้ก็ไปตรงกับพระนามของกษัตริย์พระองค์ต่อมาซึ่งมีพระนามว่าดีลีฟด้วย แต่มีผู้รู้บางท่านสันนิษฐานว่าชื่อเดลีนี้น่าจะมาจากชื่อ “ดิลลิกะ” ที่เป็นแหล่งชุมชนในครั้งโบราณมากกว่า

สำหรับการสร้างเมืองเดลีนี้ไม่ได้สร้างกันแค่ครั้งเดียวแล้วก็เสร็จเป็นเมืองดั่งที่เราท่านทั้งหลายเห็นกันอยู่ในปัจจุบันนี้ กล่าวคือเมืองแห่งนี้มีการสร้างกันมาแล้ว 8 ครั้ง (8 เมือง) และในการสร้างแต่ละครั้งกษัตริย์แต่ละพระองค์ก็สร้างเมืองขึ้นใหม่เรื่อย ๆ โดยไม่ทรงใช้วังเก่าของกษัตริย์องค์เดิมเป็นที่ประทับอยู่ ดังนั้น เกี่ยวกับการสร้างเมืองเดลีจึงมีความเป็นมาที่พอจัดลำดับกล่าวแสดงได้ ดังนี้

เมืองเดลี อันดับที่ 1
ปัจจุบันเรียกว่า Qila Raj Pithora
สร้างโดยพระเจ้าดีลีฟ (Dilli) เพราะความพ้องกันระหว่างพระนามของพระเจ้าดีลีฟกับชื่อเมืองเดลีซึ่งแต่เดิมชื่อว่าอินทรปรัสถ์ ผู้รู้บางท่านจึงสันนิษฐานว่าการเปลี่ยนชื่อเมืองมาเป็นเดลีน่าจะมาจากพระนามของพระองค์นี่เอง

เมืองเดลี อันดับที่ 2
ปัจจุบันเรียกว่า Siri Fort
สร้างโดยพระเจ้าอลาอุดดิน ขิลจิ (Allauddin Khalji, 1296-1316) ราชวงศ์แห่งตุรกี ก่อนขึ้นครองราชย์พระองค์ได้ปลงพระชนม์พระเจ้าชาลารุดดิน ขิลจิ (Jalaluddin Khalji, 1290-96) ซึ่งเป็นพระอัยยิกาของพระองค์ และขณะครองราชย์พระองค์ก็เป็นผู้ที่เข้มงวดกวดขันในเรื่องอบายมุขเป็นอย่างมาก เช่น ทรงห้ามการดื่มสุราและเล่นการพนันเด็ดขาด

เมืองเดลี อันดับที่ 3
ปัจจุบันเรียกว่า Tughlaqabad
สร้างโดยพระเจ้ากิยาสอุดดิน ตุคลัค (Ghiyasuddin Tughluq, 1320-25) ราชวงศ์แห่งตุรกี พระองค์ได้เข้ายึดอำนาจของกษัตริย์อลาอุดดิน ขิลจิ แล้วสถาปนาตนเองขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ตุคลัค

เมืองเดลี อันดับที่ 4
ปัจจุบันเรียกว่า Jahanpanah
สร้างโดยพระเจ้ามูหามหมัด บิน ตุคลัค (Muhammad bin Tughluq, 1325-51) ราชวงศ์แห่งตุรกี พระองค์ทรงย้ายเมืองหลวงไปที่เทวคีรหรือเมืองดูราตะบาด (Diogir or Daulatabad-1327) แต่ก็ต้องย้ายกลับมาที่ภาคเหนืออีกครั้ง เพราะชัยภูมิไม่เหมาะสม และก็เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าพระองค์ทรงมีพระอัธยาศัยที่โหดเหี้ยมมาก

เมืองเดลี อันดับที่ 5
ปัจจุบันเรียกว่า Feroz Shah Kotla
สร้างโดยพระเจ้าฟิรุซะ ตุคลัค (Firuz Tughluq-1351-88) ราชวงศ์แห่งตุรกี อนึ่ง เมืองที่พระองค์สร้างขึ้นครั้งนี้ปัจจุบันเรียกว่าฟิโรซาบาด และตามพระราชประวัติแล้ว พระองค์ถูกกองทัพมุสลิมแห่งมองโกลซึ่งนำโดยติมูร์สังหารในสนามรบ

เมืองเดลี อันดับที่ 6
ปัจจุบันเรียกว่า Old Fort, Indraprastha
สร้างโดยพระเจ้านาสิร์อุดดิน หุมายุน (Nasiruddin Humayun, 1530-40 & 1555-56) ราชวงศ์โมกุลแห่งมองโกล เฉพาะการสร้างเมืองอินทรปรัสถ์ในครั้งนี้ถูกรับรู้กันในปัจจุบันว่าคือป้อมปราการเก่า หรือ ปุราณคิลา (Purana Qila) นั่นเอง ตามพระราชประวัติแล้ว กษัตริย์พระองค์นี้ทรงรบแพ้กองทัพเชีย ชาห์สุรี ชาวอัฟกัน ที่กาโนช จนต้องหนีเร่ร่อนไปพร้อมก้บมเหสีที่กำลังมีครรภ์ ต่อมาอีก 15 ปี ได้อาศัยกองทัพอิหร่านเข้ารบช่วยจึงได้กลับมาครองราชย์อีกครั้ง แต่ก็ครองได้เพียง 7 เดือนก็สวรรคตเสียเพราะพลัดตกจากบันไดของห้องสมุด

เมืองเดลี อันดับที่ 7
ปัจจุบันเรียกว่า Red Fort
สร้างโดยพระเจ้าชาห์ ชะฮาน (Shah Jahan, 1627-58) ราชวงศ์โมกุล (มองโกล) การสร้างเมืองในครั้งนี้ตั้งอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำยมุนา ปัจจุบันรู้จักกันในนามว่าป้อมแดง (Red Fort หรือ Lal Qila) กษัตริย์แห่งราชวงศ์โมกุลลำดับที่ 5 พระองค์นี้ทรงมีพระนามเดิมว่า คุราม (Khurram) แต่หลังจากขึ้นครองราชย์ก็ได้เปลี่ยนพระนามใหม่ว่าชาห์ ชะฮาน (Shah Jahan) แปลว่า ผู้ครองโลก ทรงอภิเษกสมรสกับพระนางมุมตัส มาฮาล (พระนามเดิมคืออาจุมาน บาโน บีกัม-Arjumand Bano Begum) แต่ในเวลาต่อมา พระนางมุมตัส มาฮาล (Mumtaz Mahal) ก็มาสิ้นพระชนม์ขณะประสูติพระราชธิดาองค์ที่ 14 ซึ่งหลังจากนั้น พระเจ้าชาห์ ชะฮาน ก็ทรงนำราชสมบัติทั้งหมดจากท้องพระคลังมาสร้างอนุสรณ์สถานทัชมาฮาล (Taj Mahal) จนเป็นเหตุให้พระราชโอรสออรังกเซบ (Aurangzeb) จับพระองค์ขังไว้ที่โดมแปดเหลี่ยมซึ่งอยู่ภายในพระราชวังอัคระ (Agra Fort) เมืองอัคระ และหลังจากนั้นได้ 8 ปี (1658-1666) พระองค์ก็สวรรคต

เมืองเดลี อันดับที่ 8 ปัจจุบันเรียกว่า New Delhi

เมืองเดลี อันดับที่ 8 ปัจจุบันเรียกว่า New Delhi

เมืองเดลี อันดับที่ 8
ปัจจุบันเรียกว่า New Delhi
สร้างโดยราชวงศ์อังกฤษในยุคของพระเจ้ายอร์ชที่ 5 พระองค์ปรารถนาที่จะให้เมืองนี้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงามเหมือนกับเมืองอังกฤษ การสร้างเมืองเดลีใหม่ในครั้งนี้เป็นการออกแบบโดยชาวอังกฤษนามว่าเอ็ดวิน ลูทเยนส์ (Edwin Lutyents) กับ เฮอร์เบิต เบอเกอร์ (Herbert Berger) โดยเลือกภูมิประเทศทางเดลีใต้ สิ้นงบประมาณในการก่อสร้างไปทั้งสิ้น 140 ล้านรูปี ใช้เวลาก่อสร้างอยู่ 18 ปี เริ่มจากปี ค.ศ. 1713-1731 และให้ชื่อใหม่ว่า นิวเดลี (New Delhi)

ปัจจุบันเมืองเดลีแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เดลีใต้ (South Delhi) ที่รู้จักกันในนามว่า เดลีใหม่ (New Delhi) พื้นที่ทางเดลีใต้นี้ส่วนมากเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการ รวมทั้งสนามบินนานาชาติของอินเดีย (Indira Gandhi International Airport or IGI) ที่โอ่อ่าและทันสมัยก็อยู่ฝั่งนี้ ส่วนเดลีเหนือ (North Delhi) ที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า เดลีเก่า (Old Delhi) เป็นฝั่งที่คงความเป็นอินเดียไว้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่อยู่อาศัย วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศาสนา หรือ วิถีชีวิตแบบอินเดียจริง ๆ ก็จะหาดูหาชมได้จากฝั่งนี้ และที่พิเศษคือเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเดลี (University of Delhi) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของอินเดียและมีชื่อเสียงมาก พร้อมทั้งเดลีเหนือยังเป็นพื้นที่ปลอดจากอบายมุขนานาชนิด เรียกกันว่าอะไรที่ขัดกับวัฒนธรรมอินเดียและศีลธรรมอันดีงามจะหาได้จากที่นี่ยากมาก

โดยภาพรวมเกี่ยวกับเมืองเดลีนี้คือเป็นเมืองที่มีพื้นที่ทั้งหมด 1,483 ตารางกิโลเมตร มีประชากรอยู่ 13,782,976 คน เฉลี่ยความต่างระหว่างหญิงและชายคือชาย 10 คน ต่อ หญิง 8 คน ใช้ภาษาอังกฤษและภาษาฮินดีเป็นภาษาหลัก มีประชากรที่รู้หนังสือ (Literacy) ในจำนวนที่มากถึง 81.8 เปอร์เซ็นต์ อุณหภูมิโดยเฉลี่ยฤดูร้อนประมาณ 45-35 องศา ฤดูหนาวประมาณ 20-7 องศา

ส่วนที่พิเศษเป็นอย่างมาก ในเมืองเดลีนี้ได้มีวัตถุและสถานที่ควรไปชมเพื่อให้เกิดบุญกุศลแก่ตนเอง คือ มีภูเขาไกรลาส ซึ่งเป็นที่แสดงมหาสติปัฏฐานสูตร และมีพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติด้วย พร้อมทั้งการมาเยือนเมืองเดลียังเป็นการเปิดประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์อีกหนึ่งหน้าของอินเดียได้ เนื่องด้วยว่าที่นี่นับว่าเป็น 1 ใน 3 เมืองใหญ่ที่เป็นเมืองสามเหลี่ยมทองคำทางประวัติศาสตร์ด้านวัฒนธรรมภาคเหนือของอินเดีย หมายความว่า ถ้าได้มาเมืองเดลีแล้วก็จะพลอยเข้าใจประวัติศาสตร์เมืองอัคระและเมืองชัยปุระด้วย

บทความโดย P.M. Amatmontree
จาก เดลี : มหานครของอินเดีย Delhi : The Capital of India

เทียบเวลาประเทศไทยขณะนี้