กุตุปมินาร์ (Qutub Minar)




กุตุปมินาร์ (Qutub Minar)

กุตุปมินาร์ (Qutub Minar)

กุตุปมินาร์เป็นหอคอยโบราณที่มีความสวยงามมาก ข้างในหอคอยไม่ทึบ โปร่ง โล่งกลวง มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 47 ฟุต ยอดหอคอยมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 9 ฟุต มีบันไดขึ้นชมวิวทั้งหมด 379 ขั้น และในแต่ละชั้นมีมุขระเบียงเอาไว้ชมวิวในระดับต่าง ๆ ด้วย หอคอยนี้อยู่ห่างออกจากตัวเมืองเดลีไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 25 กิโลเมตร บริเวณโดยรอบกุตุปมินาร์มีการก่อสร้างอาคารบ้านเมืองอย่างหนาแน่น ซึ่งถ้ามองจากอาคารที่ปรากฎในปัจจุบันนับว่า ในสมัยก่อนเมืองที่สร้างรอบ ๆ ตัวกุตุปมินาร์นี้คงมีการออกแบบทั้งเพื่อความสวยงามและเพื่อป้องกันอันตรายด้วย ที่กล่าวเช่นนี้จะเห็นจากการสร้างคูน้ำรอบตัวเมืองที่เป็นที่สำหรับพักอาศัยรอบ ๆ กุตุปมินาร์ และเมืองนี้ยังมีโบราณวัตถุอื่น ๆ อีก เช่น มัสยิดในศาสนาอิสลาม เป็นต้น

หอคอยกุตุปมินาร์นี้ใช้เวลาก่อสร้างอยู่ 3 สมัยด้วยกัน คือ สมัยที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 1392 สร้างโดยพระเจ้าปริถวีราช (พระองค์เป็นนักรบที่มีชื่อเสียงมาก แม้ในทุกวันนี้เขาก็ยังมีชื่อปรากฏอยู่ในบทเพลงและนิยายของชาวพื้นเมือง สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะปริถวีราช เจาหาน เป็นนักรักที่มีบทบาทโลดโผนในชีวิตด้วย ประวัติของกษัตริย์แห่นนครเดลีองค์นี้ตอนหนึ่งว่าได้ทรงฉุดคร่าเอาราชธิดาของพระเจ้าชัยจันทร์แห่งนครกานยกุพช (Kanauj) ซึ่งรักพระองค์และพระองค์ก็ทรงรักด้วยไปเป็นราชินี ในท่ามกลางความตะลึงพรึงเพริดของบรรดากษัตริย์น้อยใหญ่ที่ชุมนุมอยู่พร้อมหน้ากันในพิธีสยุมพรของเจ้าหญิงผู้เลอโฉมพระองค์นี้ ปริถวีราช เจาหาน ประสบความสำเร็จในชีวิตรักกับราชธิดาของพระเจ้าชัยจันทร์ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่แล้วก็ต้องกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตอย่างฉกาจฉกรรจ์กับกษัตริย์ชัยจันทร์ผู้เรืองอำนาจและเป็นสาเหตุให้ทหารหาญของทั้งสองฝ่ายต้องพุ่งรบกันจนบาดเจ็บล้มตายลงเป็นจำนวนมาก ความหยิ่งผยองตระกูลแห่งอินเดียภาคกลางนี้ได้เป็นสาเหตุแห่งสงครามล้างผลาญซึ่งกันและกัน ยังผลให้มนุษย์ต้องเข่นฆ่ามนุษย์ด้วยกันอย่างน่าอเนจอนาถ และในที่สุดปริถวีราช เจาหาน ก็ต้องสูญเสียชีวิตและราชบัลลังก์เพียงเพื่อความรักของผู้หญิงคนเดียว นครเดลีเองซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิต้องหลุดลอยไปอยู่ในมือของผู้บุกรุกเข้ามาจากภายนอก อย่างไรก็ตาม นิยายรักอมตะของปริถวีราช เจาหานที่กล่าวถึงนี้ยังมีผู้ขับร้องแม้ในปัจจุบันและตัวเขาเองก็ได้รับยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษ) ใช้หินทรายแดง (Sand-Stone) เรียงรายเป็นทรงกลมโดยสลับรูปแบบ กลมเหลี่ยมสูง เป็นลูกฟุก พระเจ้าปริถวีราช (Prithviraj Chauhan, 1168-1192) สร้างไว้เพียง 95 ฟิต คือ ชั้นแรกเท่านั้น โดยให้ชื่อว่า “ปริถวีสตัมภะ” ความหมายก็คือ “เสาหินของพระเจ้าปริถวีราช” วัตถุหลักที่พระองค์จัดสร้างนั้นเชื่อว่าเพื่อให้พระมเหสีและเหล่านางสนมเอกขึ้นไปตากอากาศและยลโฉมแม่น้ำยมุนา เพราะฮินดูชนเชื่อว่าแม่น้ำยมุนานั้นเพียงแค่ยลโฉมแล้วอธิษฐาน หลังชีวิตหาไม่แล้ว จะขึ้นสู่สรวงสวรรค์ สมัยที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 1742 สร้างโดยกุตุปอุดดิน ไอบัก (อิสลาม) สร้างต่อเติมขึ้นอีก 2 ชั้น เพื่อแสดงออกถึงชัยชนะที่พระองค์มีต่อบรรดากษัตริย์ต่าง ๆ ในอินเดีย พระองค์นำศิลปะอิสลามมาสร้างครอบอีกทีหนึ่งและได้เปลี่ยนชื่อเป็น “กุตุปมินาร์” ส่วนสมัยที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 1913 สร้างโดยพระเจ้าฟิรุซะ ตุคลัค สร้างต่อเติมขึ้นอีก 2 ชั้น ใช้หินอ่อนเป็นวัสดุก่อสร้างหลัก

กุตุปมินาร์ (Qutub Minar)

กุตุปมินาร์ (Qutub Minar)

โดยภาพรวมแล้ว การก่อสร้างหอคอยกุตุปมินาร์นี้มีศิลปะกรรมที่ผสมผสานความเชื่ออยู่ 2 ศาสนา คือ ศาสนาฮินดูและอิสลาม โดยศาสนาในระยะเริ่มแรกเกิดจากแนวคิดทางศาสนาฮินดูและหลังจากนั้นก็ถูกต่อเติมด้วยแนวคิดของศาสนาอิสลาม

เทียบเวลาประเทศไทยขณะนี้